Bankaew

 

สุนัขบางแก้วเป็นสุนัขสายพันธุ์ไทย ถือกำเนิด ณ วัดบางแก้ว บ้านบางแก้ว ตำบลท่านางงาม (เดิม "ตำบลบางแก้ว") อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก เมื่อประมาณ 100 ปีล่วงมาแล้ว ขณะนั้นท่านหลวงปู่มาก เมธารี เป็นเจ้า อาวาสองค์ที่ 3 โดยมีตานิ่มซึ่งเป็นชาวบ้านบางแก้วได้นำสุนัขพันธุ์ไทย พื้นบ้านเพศเมียสีดำ ขนาดค่อนข้างใหญ่ถวายให้แก่ท่านหลวงปู่มากเลี้ยง อยู่ในวัด เมื่อสุนัขเติบโตขึ้นถึงวัยผสมพันธุ์ ได้ผสมพันธุ์กับสุนัขป่าซึ่งอาศัย อยู่ในป่าทึบบริเวณใกล้ๆกับวัดบางแก้ว อันเป็นจุดกำเนิด "สุนัขพันธุ์ไทยบางแก้ว" คอกแรกของเมืองไทย และได้สืบทอดสายพันธุ์ มาจนถึงทุกวันนี้ สำหรับสุนัขพันธุ์ไทยบางแก้วถือได้ว่าเป็นสุนัขพื้นบ้านที่ นิยมเลี้ยงกันมากในจังหวัดพิษณุโลก และเป็นมรดกล้ำค่าของชาวพิษณุโลก ที่สร้างชื่อเสียง และรายได้ให้แก่จังหวัดพิษณุโลกมาโดยตลอด

ปัจจุบันสุนัข พันธุ์ไทยบางแก้วเริ่มเป็นที่รู้จักแพร่หลายและนิยมเลี้ยงกันทั่ว ทุกภาคของประเทศไทยแล้ว สิ่งที่เป็นเสน่ห์ของสุนัขบางแก้ว คือสวย ฉลาด ซื่อสัตย์ รักเจ้าของ เลี้ยงเป็นเพื่อน เฝ้าบ้าน หรือฝึกใช้งานอารักขาได้ การเลี้ยงดูง่าย มีความกล้าหาญ ค่อนข้างดุ เป็นนักสู้แม้ว่าสุนัขตัวอื่น จะมีขนาดใหญ่กว่าก็ตาม มีผู้เลี้ยงบางรายเล่าให้ฟังว่า เขารอดจากการ ประทุษร้ายจากคนร้ายได้เพราะสุนัขบางแก้วที่เขาเลี้ยงอยู่กระโดดเข้าช่วยไว้ ในปี 2536 "เจ้าเก่ง" สุนัขบางแก้วของคอกบ้านนิรมล จ.พิษณุโลก เป็นสุนัขไทยบางแก้วตัวแรกที่สามารถกระโดดร่มด้วยความสูง 12,500 ฟุต ที่กองบิน 46 จ.พิษณุโลก เราคนไทยมีของดีอยู่แล้ว มาช่วยกันดูแลอนุรักษ์ ส่งเสริมให้เป็นที่นิยมของ สากลโลก โดยหันมาเลี้ยงสุนัขไทยบางแก้วของเราเถอะครับ
มาตรฐานสุนัขพันธุ์บางแก้ว
1. ถิ่นกำเนิด บ้านบางแก้ว ตำบลท่านางงาม อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก
2. ลักษณะทั่วไป เป็นสุนัขขนาดกลาง รูปทรงตั้งแต่ช่วงขาหน้า ถึงขาหลังเป็น สี่เหลี่ยมจัตุรัส อกกว้างและลึกได้ระดับกับข้อศอก ไหล่กว้าง ท้องไม่กิ่ว ปลายปากแหลม หูเล็ก หางพวง ขนมี 2 ขั้น รักเจ้าของ ฉลาดปราดเปรียว กล้าหาญ ค่อนข้างดุ สามารถฝึกใช้งานได้
3. กรุ๊ป (Group) (Spitz and primitive types)
4. ร่าง หนาล่ำสัน เมื่อยืนหยัด ขาเหยียดตรง ตั้งได้ฉากกับพื้น คอยก ขาตั้ง
5. ความสูง เพศผู้สูง 18 - 22 นิ้ว (46-56 ซม.) เพศเมียสูง 16 - 20นิ้ว (41-51 ซม.)
6. น้ำหนัก เพศผู้หนัก 19 -21 กก. เพศเมียหนัก 16 - 18 กก.
7. สี ขาว-น้ำตาล ขาว-ดำ ขาว-เทา
8. ขน ยาวมี 2 ชั้น ชั้นในละเอียดอ่อนนุ่ม ขนชั้นนอกเส้นใหญ่เหยียดตรง คลุมบริเวณแผ่นหลัง
9. ศีรษะ ค่อนข้างใหญ่ ได้สัดส่วนกับลำตัว
10. หู เป็นรูปสามเหลี่ยมมีขนาดเล็ก ตั้งป้องไปข้างหน้า มีขนอ่อนที่กกหู และใบหู
11. ตา เล็ก คล้ายรูปสามเหลี่ยม มี 2 สี คือ สีดำ สีน้ำตาลเข้ม
12. ปาก ปลายปากแหลม มีความยาวและขนาดปานกลาง โคนปากใหญ่และ เรียว มีความลึกพอสมควร
13. จมูก เล็กได้สัดส่วนกับปาก มีสีดำ
14. ฟัน เล็กแหลมคม ขบกับแบบกรรไกร(อนุโลมให้ขบกันสนิทได้)
15. คอ ใหญ่ ล่ำสันรับกับกะโหลกศีรษะและช่วงไหล่มีขนแผงคอยาวและ มีขนแผงรอบคอ
16. ขาหน้า ใหญ่กว่าขาหลัง เวลายืนเหยียดตรง และขนานกัน หลังขามีขนยาว ลักษณะเป็นแข้งสิงห์ ข้อเท้าสั้น เฉียงทำมุมเล็กน้อย
17. เท้า อุ้งเท้ากลมคล้ายอุ้งเท้าแมว มีขนยาวคลุมนิ้วเท้า
18. เส้นหลัง ตรง
19. สะโพก ส่วนหลังมีขนยาวลามมาจนถึงข้อขาหลังท่อนบน
20. หาง โคนหางใหญ่ ขนหางเป็นพวง ปลายโค้งเข้าหาเส้นหลัง
21. ขาหลัง เล็กกว่าขาหน้า เวลายืนทำมุมพอเหมาะมองจากด้านหลัง ข้อเท้าหลังตั้งได้ฉากและขนานกัน
22. ข้อบกพร่อง มี 3 ระดับ คือ
22.1 บกพร่องร้ายแรง ได้แก่ หางขอด หางม้วน หางไม่เป็นพวง หางขาด หูพริ้ว หูไม่ตั้ง ตาสีอื่น จมูกสีอื่น ข้อสะโพกห่าง ฟันบนยื่น ห่างกว่าฟันล่าง ฟันล่างยื่นกว่าฟันบน ฟันขาด 3 ซี่ ขึ้นไปโดยมิใช่อุบัติเหตุ ขนสั้นเกรียน สีเผือก อัณฑะเม็ดเดียว ขาหน้าเล็ก
22.2 บกพร่องปานกลาง ได้แก่ หางไพล่ ไม่มีแผงขนรอบคอ ไม่มีแข้งสิงห์ หูใหญ่ ปากใหญ่ ปากใหญ่ตากลม ความผิดปกติทางจิตประสาท เส้นหลังแอ่น
22.3 บกพร่องเล็กน้อย ได้แก่ ฟันเหลือง

 

Copyright 2002 by bokbokclub.cjb.net All rights reserved Email K_chananyu@yahoo.com
Make your own free website on Tripod.com